ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย ที่ เกาะนางยวน สุราษฎร์ธานี

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย..ที่หาดทราย เกาะนางยวน สุราษฎร์ธานี

เกาะนางยวน เป็นเกาะเล็กๆ ที่ตั้งเคียงคู่กับเกาะเต่า ซึ่งบางคนบอกว่าหากมองในแผนที่แล้ว เกาะนางยวนนั้นกัอเหมือนกับหางเต่านั่นเอง แต่เห็นเกาะเล็กๆ แบบนี้ วิวสวยยิ่งใหญ่ระดับโลก ได้รับการยกย่องว่าวิวที่เกาะนางยวนนั้น เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยจนติดระดับโลก ใครได้ไปเที่ยวเกาะเต่าแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไปเห็นกับตาตัวเองให้ได้ หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยว เราขอแนะนำให้รู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยว ที่จะทำให้คุณพบกับความร่มรื่นในใจ ได้สัมผัสกับธรรมชาติแสนสวย และที่นั่นคือ.เกาะนางยวน
บนเกาะมีที่พัก และจุดชมวิวที่โดดเด่น หากเดินขึ้นไปบนจุดชมวิว ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาที แล้วมองลงมาจะเห็นสันทรายเชื่อมต่อระหว่างเกาะ ดูคล้าย ทะเลแหวกที่ จ.กระบี่
เกาะนางยวน สุราษฏร์ธานี เกาะนางยวนนั้นตั้งอยู่ในตำบล เกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฏร์ธานี เป็นเกาะหนึ่งในจำนวน 100 เกาะในจังหวัดสุราษฏร์ธานี ตรงปลายเกาะเต่า จะมองเห็นเป็นเกาะเล็กๆ 3 เกาะซึ่งเชื่อมต่อด้วยหาดทรายสีขาว 3 สาย เสน่ห์ของเกาะนางยวน คือน้ำทะเล มรกต ใสจนมองเห็นปลาตัวเล็กตัวน้อย เปลือกหอย และปะการัง ซึ่งอยู่ใต้น้ำอย่างชัดเจน กิจกรรมสุดฮิตของ เกาะนางยวน คือ การดำน้ำดูปะการัง ปลาสวยงาม เล่นน้ำริมหาด จะว่าไปนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เลือกมาท่องเที่ยวและพักผ่อนที่นี่นั้น เหตุเพราะมีบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว อากาศสดชื่น ทั้งยังมีความเขียวขจีของเขาเล็กๆ 3 เขารายรอบ และความงามของท้องทะเลมาบรรจบกัน

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวชม มวลหมู่ดอกไม้บาน ที่ผาแต้ม

ตะลอนทัวร์เที่ยวชม มวลหมู่ดอกไม้บาน..ที่ผาแต้ม

ที่ลานหินทรายโล่งกว้างเหนือน้ำตกสร้อยสวรรค์ ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ในช่วงปลายฝน ต้นหนาวของทุกปีจะเกิดมีภาพความงดงามทางธรรมชาติแห่งฤดูกาล เพราะทั่วบริเวณลานหินแห่งผาแต้ม จะเต็มไปด้วยมวลหมู่ดอกไม้ป่า นับแสนๆดอก ที่พร้อมใจกันผลิดอก ออกกลีบก้าน ชูช่อล้อสายลม อวดความงดงาม..ตามธรรมชาติ แลละลานตาเป็นที่สุด…
ความงามของทุ่งดอกไม้ป่าแห่งนี้..ได้ผ่านการทอดพระเนตร จากการเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นการส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ หลายครั้ง หลายหน..และพระองค์ทรงพระราชทานนามให้แก่มวลดอกไม้ป่าเหล่านั้น..โดยเฉพาะกลุ่มดอกไม้ป่าภูเขาสามชนิด ที่ออกดอกผลิบานประจำทุกปี .. นั่นคือ “สร้อยสุวรรณา” คือ ดอกหญ้าสีทอง ซึ่งมีดอกสีเหลืองทอง ออกดอกเหลืองทองอร่ามบานเต็มท้องทุ่ง
“ดุสิตา” หรือ หญ้าข้าวก่ำน้อย ดอกไม้ป่ากลีบบาง สีม่วงแกมน้ำเงิน “มณีเทวา” หรือ ดอกกระดุมเงิน ดอกหญ้าดอกเล็กๆ กลมๆ มีสีขาวนวลสะอาดตา..
นอกจากนี้ ยังมีดอกไม้ป่าที่ขึ้นแซมอยู่ในบริเวณเดียวกัน พระองค์ก็พระราชทานนามเรียกให้อย่างไพเราะ เช่น หญ้าหนวดเสือ ที่มีสีม่วงแกมน้ำเงินเช่นเดียวกับข้าวก่ำน้อย พระราชทานชื่อให้ว่า “สรัสจันทร”
“ทิพเกสร” หรือ หญ้าฝอยเล็ก ดอกหญ้าสีชมพูอ่อนถึงเข้มออกม่วง ล้วนเป็นดอกไม้ป่าที่พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นความงดงามและพระราชทานชื่อให้
ไม่เพียงแต่ดอกไม้ป่านามพระราชทานเท่านั้น แต่ที่นี่เรายังได้เห็นสีเหลืองทองของดอกกระดุมทอง พืชเล็กๆที่มีความสวยงามตามธรรมชาติอีกชนิดหนึ่ง จอกบ่วาย ดอกไม้กลีบเป็นแฉกดอกดอกติดพื้นดินมีขนสำหรับดักแมลง..หม้อข้าวหม้อแกงลิง ดอกโคลงเคลง , ช้างน้าว , เอนอ้า , หงอนนาค , แดงอุบล ,เอื้องเหลืองพิศมร ซึ่งต่างก็ผลิดอกอวดความงามเต็มลานผาแต้ม…สวยงามตามธรรมชาติ.. ยังไม่หมดนะครับสำหรับเรื่องที่ผาแต้ม..ติดตามต่อบทหน้านะครับ…

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย ที่อุทยานฯ แหลมสน ระนอง

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย ที่อุทยานฯ แหลมสน ระนอง

อุทยานแห่งชาติแหลมสน ตั้งอยู่ในคาบสมุทรอินโดจีนทางฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย ในท้องที่อำเภอเมืองระนอง อำเภอกะเปอร์ กิ่งอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง และอำเภอคุระบุรีจังหวัดพังงา มีอาณาเขตติดต่อทิศเหนือจดอ่าวอ่าง ทิศใต้จดป่าสงวนแห่งชาติป่าเลนคลองม่วงกลวง และป่าแหลมหน้าทุ่ง จังหวัดระนอง ป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขานมสาว แปลงที่ 2 จังหวัดพังงา และป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งนาดำ และป่าควนปากเตรียม จังหวัดพังงา ทิศตะวันออกจดคลองเตรียม ทิศตะวันตกจดทะเลอันดามัน อุทยานแห่งชาติแหลมสนครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 315 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นน้ำประมาณ 268.55 ตารางกิโลเมตร หรือ 85.25 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ประกอบด้วยพื้นที่ชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 60 กิโลเมตร และหมู่เกาะ 2 หมู่เกาะ ได้แก่ หมู่เกาะกำใหญ่ และหมู่เกาะกำนุ้ย รวมทั้งเกาะต่างๆ อีก 8 เกาะ ได้แก่ เกาะหมู เกาะเปียกน้ำน้อย เกาะเปียกน้ำใหญ่ เกาะเทา เกาะค้างคาว เกาะล้าน เกาะกำหนุ่ย และเกาะไข่ใหญ่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลสูงสุด 296 เมตร ที่เกาะกำใหญ่ สำหรับชายฝั่งแผ่นดินใหญ่มียอดเขาสูงสุดที่เขาอ่าวอ่างสูงจากระดับน้ำทะเล 264 เมตร ลักษณะชายฝั่งของอุทยานแห่งชาติ มีลักษณะเว้าแหว่ง และท้องทะเลลึก ไม่ห่างจากชายฝั่งมากนัก เป็นลักษณะชายฝั่งจมตัว เป็นผลให้ชายหาดตลอดแนวฝั่งแคบ มีลำน้ำสายสั้นขนาดเล็กจำนวนมาก ไหลจากที่สูงตอนในแผ่นดินไหลออกสู่ทะเลอันดามัน
อุทยานแห่งชาติแหลมสนตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดระนองซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองฝนแปดแดดสี่ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีฝนตกชุกมาก โดยมีฝนเฉลี่ยตลอดทั้งปีมากกว่า 4,000 มิลลิเมตร ดังนั้นช่วงฤดูที่เหมาะสมแก่การท่องเที่ยวที่สุด อยู่ระหว่างปลายเดือน ตุลาคม ถึง กลางเดือนพฤษภาคม แต่เนื่องจากลมมรสุมที่ไม่แน่นอนในแต่ละปี บางปีอาจมาเร็วหรือช้ากว่าเดือนพฤษภาคมเล็กน้อย

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวชม มวลหมู่ดอกไม้บาน ที่ภูเรือ

ตะลอนทัวร์เที่ยวชม..แสนรื่นรมย์..วันดอกไม้บาน…ที่ภูเรือ

นอกจากทะเลหมอกที่แสนสวยงาม ยามเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว…ดอกไม้หลายหลากสีสัน แต่ละถิ่นที่ แต่ละที่ในเมืองไทย..ก็ได้เวลาอวดความงามตามฤดูกาลเช่นกัน…ตลอดทัวร์ ทั่วไทย by naynon ได้นำเสนอที่เที่ยวขึ้นภู ดูดาว โต้ลมหนาว ชมทะเลหมอกอันสวยงาม ในสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆที่ไปแล้ว..คราวนี้ผมขอพาไปเที่ยวแบบตะลอนทัวร์เที่ยวชม..ฯ วันดอกไม้บาน รับหน้าหนาวต่อกันเลยนะครับ…
ขอประเดิมเริ่มกันที่ ภูเรือ ดินแดนที่หนาวสุดในสยาม..มีทะเลหมอกที่งดงาม ..และที่นี่ยังเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับสวยงามขึ้นชื่อและติดอันดับแห่งหนึ่งของประเทศ โดยเฉพาะพันธุ์ไม้เมืองหนาวหลากหลายมากมายชนิดให้เลือกหา..จนนำมาซึ่งการจัดงาน งานดอกไม้เมืองหนาว ภูเรือ ขึ้นมาเป็นประจำทุกปีต่อเนื่องมาจนเป็นงานกิจกรรมประจำฤดูหนาวของอำเภอภูเรือไปแล้ว…ซึ่งผู้ที่ชื่นชอบชื่นชมไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวต่างก็เฝ้ารอให้ถึงวันงาน…
อย่างที่บอกว่านอกจากการเดินขึ้นภูไปดูทะเลหมอกบนยอดภูเรือ เรายังจะได้สัมผัสกับไม้ดอกที่ผลิบานในฤดูหนาว…นอกจากป่าสน ทั้งสนสามใบ สนสองใบ ลานหินธรรมชาติยังเต็มไปด้วยดอกไม้เล็ก ประเภท กระดุมเงิน ดาวเรื่องภู เปราะภู ซึ่งออกดอกในช่วงฤดูหนาว ตามลานหินทั่วไปเรายังพบดอกไม้หน้าหนาวที่ชอบขึ้นตามซอกหินเช่น เอื้องม้าวิ่ง ซึ่งจะบานอวดโฉมปีละครั้ง นอกจากนี้กล้วยไม้ป่าก็หลากหลายทั้งสามปอย ไอยเรศ เอื้องคำ เอื้องผึ้ง เอื้องเงิน นี่คือความงามของมวลดอกไม้เมืองหนาว ที่เราจะพบได้ นอกเหนือจากงานดอกไม้เมืองหนาวภูเรือ…
ครับบทเริ่มต้นสำหรับการตะลอนทัวร์ฯ เที่ยวชมวันดอกไม้บาน..ที่ภูเรือ คงพอทำให้คุณๆที่เตรียมตัวไปเที่ยวหน้าหนาวนี้ได้ เห็นภาพบ้างนะครับ..อาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับโปรแกรมท่องเที่ยวสำหรับคุณๆ..แล้วพบกันบทต่อๆไปครับ

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย ที่ชายหาดชะอำ เพชรบุรี

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย..ที่ชายหาดชะอำ เพชรบุรี

แต่เดิมชะอำมีชื่อว่า “ชะอาน” เล่ากันว่าเมื่อครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรยกทัพมาทางใต้ ทรงนำทัพมาเมืองนี้เพื่อพักกำลังไพร่พลช้างม้า และล้างอานม้า ซึ่งได้ชื่อว่า “ชะอาน” ต่อมาเพี้ยนเป็น “ชะอำ”
ชะอำ เป็นหาดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอ ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในรัฐสมัยของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงโปรดปรานเมืองเพชรบุรีมาก จนได้ให้มีการสร้างค่ายหลวงบางทะลุ ณ ที่ หาดเจ้าสำราญ อำเภอเมืองเพชรบุรี แต่ที่ตำบลบางทะลุแมลงวันชุกชุม พระองค์จึงได้รับสั่งให้ย้ายการก่อสร้างมาทางทิศใต้ของชายฝั่งเพชรบุรี ณ หาดชะอำ เพื่อก่อสร้างพระราชวังฤดูร้อน ที่ก่อสร้างด้วยไม้สัก ทั้งองค์พระตำหนัก และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานนามพระราชวังแห่งนี้ ว่า พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน โดยพระราชวังแห่งนี้จะยื่นออกไปยังทะเล
ตั้งแต่นั้นมาชายหาดชะอำก็ได้เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงลำดับต้นๆของสถานที่ท่องเที่ยงของประเทศไทย ตลอดมา หาดชะอำ ได้รับการพัฒนาเจริญเติบโตขึ้น และยกฐานะเป็น อำเภอชะอำ จนในปัจจุบัน
ที่พักบน หาดชะอำนั้นจะไม่มีชายหาดส่วนตัว โดยในส่วนที่มีชายหาดส่วนตัวนั้นอาจจะอยู่ที่หาดอื่น แต่จะอยู่ในอำเภอ ชะอำ เช่น หาดบ้านคลองเทียน หาดบ้านบางเกตุ ซึ่งอยู่ภายใน อำเภอชะอำ เช่นเดียวกัน
หาดชะอำนี้ บริเวณที่นักท่องเที่ยวนิยมเข้ามาเที่ยวพักผ่อน นั้นมีความยาวประมาณ 7 กิโลเมตร ซึ่งจะมีถนนเป็นแนวยาวตลอดหาด กั้นระหว่างชายหาด และบ้าน พักร้านค้าต่างๆ เพื่อไม่ให้ รุกล้ำลงไปบนชาย หาดชะอำ ซึ่งเป็นการรักษาธรรมชาติของหาดชะอำ

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวชม มวลหมู่ดอกไม้บาน ทุ่งทานตะวัน

ตะลอนทัวร์เที่ยวชม มวลหมู่ดอกไม้บาน ทุ่งทานตะวัน ..ที่สระบุรี- ลพบุรี

พื้นที่นับหมื่นไร่ ในช่วงปลายฝนต้นหนาวราวๆต้นพฤศจิกายน ถึง ปลายธันวาคมของทุกปีในเขตพื้นที่ติดต่อระหว่างจังหวัดสระบุรี และลพบุรี ตลอดเส้นทางสายพัฒนานิคม-วังม่วง และอีกหลายๆอำเภอจะเหลืองอร่ามเต็มไปด้วยดอกทานตะวันที่ชูคอโต้แสงแดดกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว….นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพกับทุ่งทานตะวัน..จะทราบกันดี…ว่านี่คือช่วงเวลานัดหมายประจำปี…
ท่ามกลางบรรยากาศกลางเนินเขา ท้องทุ่ง ฟาร์มม้า โคนม และไร่องุ่น ทำให้พื้นที่แถบนี้ โดยเฉพาะที่ อำเภอวังม่วง ซึ่งมีพื้นที่ปลูกดอกทานตะวันมากที่สุด กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชมความงามยามดอกทานตะวันบานสะพรั่งที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งหลายโดยเฉพาะมากันแบบครอบครัว..
กล่าวสำหรับดอกทานตะวัน และชาวจังหวัดลพบุรี มีความผูกพันเกี่ยวเนื่องกันมาเนิ่นนานเพราะจังหวัดลพบุรีถือเป็นจังหวัดที่มีเกษตรกรปลูกต้นทานตะวันมากที่สุดในประเทศไทย จนดอกทานตะวันคือสัญลักษณ์หนึ่งของจังหวัดลพบุรีไปแล้ว นอกเหนือจากลิง และวังพระนารายณ์
อำเภอพัฒนานิคม และอำเภอชัยบาดาล เป็นที่ๆมีการปลูกทานตะวันกระจายอยู่ทั่วทั้งสองอำเภอ มากกว่าที่อื่นๆ เส้นทางหลวงหมายเลข21 บริเวณช่องสาลิกา และบริเวณตำบลเขาชอนน้อย ถูกขนานนามว่าเป็น “ถนนสายทานตะวัน” ที่นักท่องเที่ยวต่างก็หลั่งไหลมาเที่ยวและถ่ายภาพความงามความประทับใจกับทุ่งทานตะวันเหลืองอร่าม..จนลืมความร้อนของแดดแรงในฤดูหนาวไปเลย..
แต่จุดชมทุ่งทานตะวันที่จัดได้ว่า สวยที่สุดอยู่ที่บริเวณ เขาจีนแล ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงาน เทศกาลทุ่งทานตะวันบาน ประจำปี ของจังหวัดลพบุรี ด้วยท้องทุ่งสีเหลือง มีเขาหินปูนเป็นฉากหลัง ตัดกับผืนฟ้าครามในวันอากาศแจ่มใส..เป็นใครก็คงจดจำภาพประทับใจเช่นนี้..ไปอีกนาน

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย ที่หมู่เกาะสุรินทร์ 2

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย…ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์

เกาะสุรินทร์เหนือ เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ มีบ้านพัก ร้านอาหาร อุปกรณ์ดำน้ำตื้นและเรือหางยาว เกาะสุรินทร์เหนือมีภูมิสัณฐานที่เป็นอ่าวเว้าแหว่งอยู่รอบ แต่ละแห่งล้วนกว้างใหญ่ สวยงามและสงบ จุดที่นักท่องเที่ยวนิยมกางเต็นท์มากที่สุดคือบริเวณหน้าอ่าวช่องขาด ตรงข้ามกับเกาะสุรินทร์ใต้ และบริเวณนี้ยังเป็นจุดชมดวงอาทิตย์ตกที่สวยงามมาก รองลงมาคือลานกว้างเหนือหาดที่อ่าวไม้งาม ส่วนอ่าวอื่น ๆ ต้องนั่งเรือหางยาว เช่น อ่าวจาก ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 45 นาที เกาะสุรินทร์ใต้ มีจุดที่น่าสนใจหลายแห่ง แต่ต้องนั่งเรือไปจากเกาะสุรินทร์เหนือเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมการดำน้ำตื้นรอบๆเกาะ จุดเด่นคือ อ่าวสุเทพ อ่าวผักกาด และจุดที่นักท่องเที่ยวมีโอกาสพบเต่ามากที่สุดก็คือ เกาะเต่า
ดำน้ำลึก ที่หมู่เกาะสุรินทร์มีแหล่งดำน้ำลึกที่สวยงามมากมายโดยเฉพาะที่โดดเด่นมากที่สุดก็คือ กองหินปริ่มน้ำที่มีชื่อว่า ริเชลิว ซึ่งกำลังจะถูกผนวกเข้ากับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ กองหินนี้อยู่ห่างจากเกาะสุรินทร์มาทางทิศตะวันออกประมาณ 14 กิโลเมตร สำหรับนักดำน้ำที่สนใจสามารถติดต่อกับทัวร์ได้ทั่วไป ส่วนจุดดำน้ำลึกรอบเกาะนั้นก็มีอยู่หลายแห่ง หรือ เลือก ดำน้ำตื้น ในบริเวณอ่าวรอบๆ หมู่เกาะสุรินทร์เกือบทุกอ่าวจะเต็มไปด้วยแนวปะการังแข็งที่สมบูรณ์ที่สุดของท้องทะเลไทย เป็นที่อาศัย หากิน หลบภัย และขยายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากในระบบนิเวศ ทั้งหมดนี้สามารถชมได้เพียงก้มมองใต้ผิวน้ำ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงไม่พลาดโอกาส ที่จะต้องลงดำน้ำตื้นเมื่อมาถึงหมู่เกาะสุรินทร์
ติดต่อสำรองที่พักที่ส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล กรมป่าไม้ โทร.0-2561-2918, 0-2561-2921, 0-2561-4292-4 ต่อ 746 หรือที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ โทร.0-7649-1378, 0-7649-1582 โทรสาร 0-7649-1583

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย ที่ อ่าวมาหยา จ.กระบี่

ตะลอนทัวร์ เที่ยวทะเลไทย ที่อ่าวมาหยา จ.กระบี่
หากหลับตาแล้วหายตัวหายใจไปอยู่ทะเลไหนซักแห่งได้ก็ดีซินะ…เอ่าน่า!!.. ไหนๆ ก็ฝันแล้วแล้วนี่นา ขอฝันถึงทะเลไทยที่สวยติดอันดับในใจคนไทยและต่างชาติ อย่าง อ่าวมาหยา สววรค์ใต้ฟ้า วิมานบนดิน หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ฝรั่งต่างชาติ ติดอกติดใจในความสวยงามกันนักหนา ถึงเวลาที่เจ้าถิ่นอย่างเราๆ ต้องหาโอกาสไปเยือนซักครั้งแบบที่ไม่ต้องฝันอ่ะนะ… อ่าวมาหยา ตั้งอยู่บนเกาะพีพีเล เกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ อ่าวมาหยา เกิดจากการสร้างสรรค์ของธรรมชาติ จากการพังทลายของหน้าผาที่โอบล้อม แหว่งเป็นเวิ้งอ่าวขนาดเล็กรูปพระจันทร์เสี้ยวที่โอบล้อมด้วยเขาหินปูนเกาะหินปูนแห่ง นี้ตั้งอยู่ห่างชายฝั่งหลายสิบกิโลเมตร ด้วยความที่น้ำทะเลใสช่วยให้แสงส่องถึงใต้ผิวน้ำในระดับที่เหมาะสม ตัวอ่อนของปะการังเกาะตัวกันบนหินที่ทับถมอยู่กลางอ่าว เมื่อเวลาผ่านพ้นไป แนวปะการังขยายขนาดปกคลุมทั่วอ่าวมาหยา แต่ปัจจุบันแนวปะการังบริเวณด้านหน้าชายหาดอ่าวมาหยาได้ กลายเป็นแนวปะการังเสื่อมโทรมไปหมดแล้วซึ่งเป็นผลพวงบางส่วนจากการทิ้งสมอ เรือและคลื่นยักษ์สึนามิ แต่สภาพภูมิทัศน์ต่างๆ บริเวณชายหาดก็ได้รับการฟื้นฟูพัฒนา และปรับปรุงจนสวยงามมากขึ้น อ่าวมาหยา นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นของทะเลกระบี่ มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาพักผ่อนทิ้งตัวทิ้งใจลงบนหาดทรายขาวละเอียดที่เค้าว่ากันว่าละมุนเหมือนผงแป้ง นอนแช่น้ำทะเลใสสีเขียวมรกต สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแวดล้อมซึ่งปกคลุมไปด้วยพันธุ์ไม้ชายทะเล จึงไม่แปลกใจเลยที่ต่างชาติจะยกให้ “อ่าวมาหยา” เป็นทะเลไทยที่สวยติดอันดับโลกเลยทีเดียว

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวชม มวลหมู่ดอกไม้บาน ซากุระบนดอย

ตะลอนทัวร์เที่ยวชม มวลหมู่ดอกไม้บาน ..ซากุระบนดอย

นางพญาเสือโคร่ง หรือที่ ซากุระเมืองไทย หรือที่นี่ บนดอยวาวี จังหวัดเชียงราย เรียกดอกไม้สีชมพูกลีบบางนี้ ในอีกชื่อหนึ่งว่า ซากุระดอย นอกเหนือจากที่ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีต้นนางพญาเสือโคร่งออกดอกบานสะพรั่งทั่วภูแล้ว ภูสูงในแถบภาคเหนือสุดอย่างที่เชียงราย ซึ่งมีระดับความสูงและอากาศหนาวเย็นเหมาะกับไม้ดอกยืนต้นอย่างนางพญาเสือโคร่ง ได้ผลิดอกสีชมพูบานสะพรั่งอวดสายตาผู้คน…ทุกๆปี
แม้โดยแท้แล้ว ดอกของนางพญาเสือโคร่งจะไม่ใช่ ดอกซากุระ แท้ๆเหมือนอย่างที่ประเทศญี่ปุ่นอันเป็นต้นกำเนิด ไม้ดอกยืนต้นอันสวยงามนี้ก็ตาม..แต่สำหรับเมืองไทย นางพญาเสือโคร่ง คือซากุระเมืองไทย เพราะเมื่อถึงเวลาแห่งการเผยโฉมอวดดอกสีชมพูกลีบบางที่แย้มบานเต็มต้นคราใด..ก็สะกดผู้คนให้หลงใหลในความงามได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าดอกซากุระแห่งแดนอาทิตย์อุทัย..เช่นกัน
ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 18 องศาเซลเซียส เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,500 เมตร ก็เพียงพอที่จะทำให้อากาศบนดอยวาวี และดอยช้าง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย หนาวเย็นตลอดปี..และที่นี่เอง ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่มีต้นนางพญาเสือโคร่งมากที่สุดในประเทศไทย นักท่องเที่ยวที่มาเยือนที่นี่ในช่วงเวลาที่พญาเสือโคร่ง ออกดอกสีชมพูบานพร้อมกันทั้งดอย…ภาพที่ปรากฏต่อหน้าคือความงดงามเกินบรรยายของซากุระเมืองไทย หรือซากุระดอย..นั่นเอง..
ที่ไม่เหมือนที่อื่นสำหรับการได้มาตะลอนทัวร์เที่ยวชม ดอกไม้บานบนดอยวาวี และดอยช้างก็คือ…
ซากุระดอยสีขาวที่บานสะพรั่ง….มีให้เห็นเฉพาะที่นี่ ที่เดียวในประเทศไทยเท่านั้น…พญาเสือโคร่งสีขาว หรือซากุระดอยสีขาวบานทั่วดอย ลองนึกภาพซิ..สุดแสนจะโรแมนติกแค่ไหน…ติดตามต่อบทหน้านะครับ…ยังมีต่อ..

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวชม มวลหมู่ดอกไม้บาน ที่ดอยอินทนนท์

ตะลอนทัวร์เที่ยวชม มวลหมู่ดอกไม้บาน..บนดอนอินทนนท์

ยอดเขาที่ได้ชื่อว่า สูงที่สุดในสยาม ดอยอินทนนท์ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของเมืองไทย และของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อใดก็ตามที่ขึ้นมาเหนือ แอ่วเชียงใหม่..นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องขึ้นไปเยือน…
ด้วยความงดงามของวิวทิวทัศน์ และพันธุ์ไม้ดอกเมืองหนาว รวมทั้งพันธุ์ไม้แปลกหายากแตกต่างจาก ที่อื่นไม่มี เช่น กุหลายพันปี ข้าวตอกฤาษี ซึ่งหาชมได้ที่นี่..
สถานนีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์ คือแหล่งเรียนรู้ และถือเป็นสถานีต้นแบบการทำการเกษตรบนพื้นที่สูง และเป็นหนึ่งในสี่ สถานีวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวง ดำเนินงานวิจัยเกี่ยวกับไม้ดอก ไม้ประดับเมืองหนาว พืช ผัก ผลไม้เมืองหนาว ก่อตั้งขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ตั้งแต่ปีพ.ศ.2520 เป็นต้นมา ซึ่งทำให้ชาวไทยภูเขา มีอาชีพ สร้างรายได้ และเลิกการปลูกฝิ่น หันมาปลูกไม้ดอกเมืองหนาวแทน โดยเฉพาะ ดอกเบญจมาศ มีการปลูกกันมากที่สุด..กลายเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้เป็นอย่างดี….
ทางสถานีเกษตรฯ ได้จัดแสดง และตกแต่งพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามของไม้ดอก ไม้ประดับเมืองหนาวเป็นสัดส่วน ที่ สวน80พรรษา ถือเป็นจุดเด่น เพราะที่นี่มีสวนกุหลาบพันปี ซึ่งได้รวบรวมพันธุ์กุหลาบพันปี จากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ที่นี่ ปลูกประดับตามโขดหินไล่ระดับ เป็นชั้นๆลงมาตามไหล่เขา ทั้งกุหลาบพันปีสีแดง ขาว เหลือง ชมพู ซึ่งอวดสีสันงดงามยิ่งนัก..
ใครที่ชื่นชอบพันธุ์ไม้ประดับตระกูลเฟิร์น ก็ต้องไม่พลาด เพราะที่นี่อาคารจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งรวบรวมเฟิร์นชนิดต่างๆไว้กว่า50 สกุล มากกว่า150 ชนิด นางเอกของที่นี่ คือกล้วยไม้รองเท้านารี ใครที่ขึ้นมาเที่ยวเชียงใหม่ ต้องมาเยือนที่นี่นะครับ..รับรองไม่ผิดหวัง…