ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทยที่อุทยานฯ เขาสามร้อยยอด ประจวบคีรีขันธ์

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย..ที่อุทยานฯเขาสามร้อยยอด ประจวบคีรีขันธ์

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกุยบุรี และอำเภอปราณบุรี ห่างจากหัวหินลงมาทางใต้ประมาณ 63 กม. ตามตำนานของเทือกเขาสามร้อยยอดเล่ากันว่า พื้นที่แถบนี้เคยเป็นทะเลมีเกาะใหญ่น้อยอยู่มากมาย ในสมัยนั้นมีขบวนเรือสำเภาจีนแล่นผ่านมา และประสบกับลมพายุมรสุมจนเรืออับปางคนบนเรือที่รอดชีวิตได้ไปอาศัยอยู่ตามเกาะต่าง ๆ จำนวน 300 คน จึงเรียกว่า “เกาะสามร้อยรอด” ต่อมาเพี้ยนเป็น “เขาสามร้อยยอด” จนทุกวันนี้
อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด มีพื้นที่โดยประมาณ 98 ตรกม. หรือ 61,300 ไร่ ลักษณะภูมิ ประเทศประกอบด้วยภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน มีที่ราบน้ำท่วมถึงอยู่ริมชายฝั่งทะเล เป็นที่อาศัยของนกนานาชนิด ซึ่งมีมากในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2509 และเป็นอุทยานแห่งชาติประเภทชายฝั่งทะเลแห่งแรกของประเทศไทย
จุดชมวิวเขาแดง อยู่บนยอดเขาหนึ่งของเขาแดง เวลาที่เหมาะแก่การขึ้นชมวิว คือ ตอนเช้ามืดประมาณ 05.30 น. เนื่องจากสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น และทัศนียภาพโดยรอบ ๆ ได้อย่างสวยงาม การเดินทาง ต้องเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานฯ ไปยังยอดเขาแดง ระยะทางประมาณ 500 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
แล้วอย่าลืมไปต่อที่คลองเขาแดง โดยที่นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือได้จากหมู่บ้านเขาแดง และที่หมู่บ้านบางปู โดยลงเรือที่ท่าน้ำหน้าวัดเขาแดง ล่องไปตามลำคลองประมาณ 3-4 กม. ใช้เวลาเดินทางไป-กลับประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง มีนกนานาชนิดให้ชม เวลาที่เหมาะแก่การล่องเรือคือประมาณ 16.30-17.00 น. เพราะอากาศไม่ร้อนและสามารถชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงาม

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย..ไข่มุกอันดามัน ภูเก็ต

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย..ไข่มุกอันดามัน ภูเก็ต
สำหรับนักท่องเที่ยวที่หลงใหลหาดทรายขาว น้ำทะเลใส แสงแดดจัดแจ่ม และความสะดวกสบายทั้งด้านการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก เกาะขนาดใหญ่อันดับหนึ่งของประเทศพื้นที่ประมาณ 543 ตร.กม. ของเกาะนี้โอบล้อมด้วยน้ำทะเลสีเขียวมรกตและมีหาดทรายขาวเนียน เหมาะแก่การพักผอ่น รวมทั้งยังเอื้อต่อการทำกิจกรรมสนุกในทะเลและริมทะเลอีกด้วย ความโดด เด่นของชายทะเลและกล่มเกาะในภูเก็ตเกิดจากภูมิประเทศที่เป็นชายฝั่งทะเลลด ตัว พื้นที่ส่วนที่ต่ำจะจมอยู่ใต้น้ำ ปรากฎเฉพาะยอดสูงเหลี่ยมล้ำเหนือผิวทะเลเป็นกลุ่มเกาะน่าเที่ยว สำหรับตัวเกาะใหญ่คือ ภูเก็ต นั้น ทางฝั่งตะวันตกมีลักษณ์เป็นอ่าวเว้าแหว่ง และปูลาดด้วยเม็ดทรายละเอียด เช่น หาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน เป็นต้น
ภูเก็ต ซึ่งขณะนั้นมีชื่อว่า “ถลาง” เป็นเกาะที่นักเดินเรือ ซึ่งเดินทางระหว่างจีนและอินเดียรู้จักในนาม “จังซีลอน” เป็นทั้งท่าเรือและศูนย์กลางการค้า ล่วงมาสมัยรัชกาลที่ 1 ก็เกิดเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ขึ้น เมื่อพม่ายกทัพมาตีเมืองถลางขณะนั้นเจ้าเมืองเพิ่งถึงแก่อนิจกรรม คุณหญิงจันผู้เป็นภรรยา และคุณมุกน้องสาว จึงร่วมกันนำกำลังผู้คนรับมือกับการตีเมืองของพม่าด้วยแผนการอันแยบยล จนพม่าถอยทัพกลับไปเพระความกล้าหาญและคุณงามความดีนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้คุณหญิง จันเป็นท่านท้าวเทพกระษัตรีและคุณมุกเป็นท้าวศรีสุนทร ในฐานวีรสตรีไทยมาจนถึงทุกวันนี้
เมื่อบ้านเมืองสงบ บรรยากาศของการค้าขายก็กลับมาคึกคัก โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อความต้องการแร่ดีบุกของตลาดโลกเพิ่มขึ้นจนแรงงานขุดแร่ไม่เพียงพอ ถึงขนาดต้องรับคนจีนที่ทำเหมืองแร่อยู่ในปีนังและสิงคโปร์มาเป็นคนงาน ยุคนั้นเองที่ชาวจีนฮกเกี้ยนได้เข้ามาตั้งรกรากในภูเก็ต มีการสร้างที่อยู่อาศัยในรูปแบบสถาปัตยกรรมโคโลเนียลและตกแต่งรายละเอียด ด้วยศิลปะจีนอันเป็นเอกลัษณ์ของภูเก็ตเช่นที่เห็นทุกวันนี้

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย ที่อุทยานแห่งชาติทะเลบัน จ.สตูล

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย ที่อุทยานแห่งชาติทะเลบัน จ.สตูล

คำว่า “ทะเลบัน” มาจากคำว่า “เลิด เรอบัน” เป็นภาษามลายูแปลว่า ทะเลยุบหรือทะเลอันเกิดจากการยุบตัวของแผ่นดิน อุทยานแห่งชาติทะเลบัน จึงเกิดจากการยุบตัวของพื้นดินระหว่างเขาจีนและเขามดแดง เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง จึงอุดมไปด้วยพืชพรรณป่าไม้ที่ขึ้นอย่างหนาแน่น และรอบๆ บึงจะมีพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งชื่อต้น “บากง” ขึ้นอยู่หนาแน่นแลดูสวยงาม
นอกจากนี้ยังมีสัตว์อื่นๆ อีก เช่น นกน้ำชนิดต่างๆ สมเสร็จที่มักลงมากินน้ำตามริมบึงเสมอๆ ที่อุทยานแห่งชาติทะเลบันยังมีสัตว์อีกชนิดหนึ่งเรียกว่า “หมาน้ำ” เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำรูปร่างคล้ายกบและคางคก แต่มีหางส่งเสียงร้องคล้ายลูกสุนัข จะมีชุกชุมตามริมบึงโดยเฉพาะในฤดูฝน สัตว์ชนิดนี้จะมีอยู่เฉพาะที่ทะเลบันเท่านั้น อุทยานแห่งชาติทะเลบันได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2523
ตั้งอยู่หมู่ที่ 11 บ้านวังประจัน ตำบลควนสตอ อุทยานฯ มีเนื้อที่ทั้งหมด 196 ตรกม. หรือ 122,000 ไร่ โดยรวมเอาเนื้อที่ของป่าสงวนแห่งชาติกุปัง ปุโล๊ต และหัวกะหมิงเข้าด้วยกัน และยังผนวกพื้นที่ป่าควนบ่อน้ำปูยู ในท้องที่ตำบลบ้านควน ตำบลปูยู อำเภอเมือง จังหวัดสตูลอุทยานฯ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดสตูลประมาณ 40 กม.
เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสตูล เป็นเกาะในช่องแคบมะละกา ช่วงที่มีลมพัดแรงจังไม่สะดวกต่อการเดินทาง และเสี่ยงอันตรายช่วงที่เหมาะสมที่สุดต่อการเดินทางอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม เป็นช่วงที่มีอุณหภูมิต่ำและมีฝนน้อย ช่วงที่เหมาะสมรองลงมาคือระหว่าเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน เป็นฤดูแล้ง แต่อุณหภูมิค่อนข้างสูง สำหรับเดือนพฤษภาคม ถึงตุลาคม มีฝนตกชุก การเดินทางไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวควรจะตรวจสภาพอากาศก่อนเดินทางทุกครั้ง

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย ไปเยือนเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย..ไปเยือนเกาะหลีเป๊ะ..จังหวัดสตูล
เกาะสิเป๊ะหรือเกาะหลีเป๊ะ มีชุมชนชาวเลอาศัยอยู่หลายครัวเรือน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำการประมง ในวันขึ้น 13-15 ค่ำ เดือน 6 และเดือน 12 ตลอด 3 วัน 3 คืน ชาวบ้านทีมีเชื้อสายชาวเลจะร่วมกันจัดงานรื่นเริง และที่สำคัญที่สุดคือ ชาวบ้านจะช่วยกันต่อเรือด้วยไม้ระกำ และประกอบพิธีลอยเรือด้วยเป็นความเชื่อว่าเป็นการเสี่ยงทายโชคชะตาในการ ประกอบอาชีพประมง จุดเด่นของเกาะหลีเป๊ะ คือ ความเป็นธรรมชาติของปะการังรอบเกาะ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายละเอียดนิ่มเหมือนแป้ง มีอ่าวที่สวยงามชื่อ “อ่าวพัทยา”และ “หาดชาวเล” มีลักษณะโค้งเว้า ทรายขาวละเอียด ซึ่งทั้งสองหาดนี้สามารถเดินถึงกันได้โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที เกาะหลีเป๊ะแห่งนี้ มีชาวบ้านหรือคนในพื้นที่มาขายอาหารอยู่ตลอดแนว อาหารทะเล ผลไม้ไทยๆ อาหารตามสั่ง โรตีผลไม้ มีกันตลอดเส้นทางเดิน ถนนหนทางก็ไม่ได้ลาดยาง เป็นแบบทางเดินเท้า นี่แหละที่นักท่องเที่ยวแสวงหาเกาะหลีเป๊ะเพิ่งจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วนี่เอง หากถามถึงตอนนี้ก็มีนักท่องเที่ยวไม่มาก อาหารการกินก็สมบูรณ์ ส่วนเรื่องน้ำก็มีน้ำบาดาลให้ใช้กัน เพราะเกาะหลีเป๊ะแห่งนี้สมบูรณ์มากจึงมีน้ำบาดาล แต่ด้วยความที่ยังคงมีธรรมชาติมากกว่าที่อื่น ชาวบ้านที่นี่ก็ยังคงช่วยกันอนุรักษ์ความเป็นธรรมชาติไว้ เช่นไฟฟ้า เกาะหลีเป๊ะ แห่งนี้มีไฟฟ้าใช้เหมือนกับเกาะอื่นๆ แต่จะเปิดปิดตามเวลาตั้งแต่ 18:00 น.- 6:00 น. เกาะหลีเป๊ะ มีสิ่งที่เป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งคือ “พลายน้ำ” ที่จริงก็คือฟอสฟรอรัส หรือ สารเรืองแสงนั่นเอง การคืนเดือนมืดจะเห็นได้ชัดมากเพราะจะเรืองแสงได้ดี หากเดือนหงายหรือพระจันทร์เต็มดวง จะไม่ค่อยเห็นสักเท่าไหร่ และหากทะเลมีความสมบูรณ์มากจะมีฟอสฟรอรัสอยู่มากเช่นกัน..และที่เกาะหลีเป๊ะ คือหนึ่งในนั้น

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย ที่หาดแหลมศาลา ประจวบคีรีขันธ์

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย..ที่หาดแหลมศาลา และถ้ำพระยานคร ที่ประจวบคีรีขันธ์

หาดแหลมศาลา ตั้งอยู่ที่บริเวณเขาเทียน ใกล้บ้านบางปู ห่างจากที่ทำการอุทยานฯเขาสามร้อยยอด ไปทางทิศเหนือประมาณ 16 กม. นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยทางเรือ โดยเช่าเรือจากหมู่บ้านบางปูใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที หรือจะเดินข้ามเขาเทียนเป็นระยะทางประมาณ 480 เมตร จากชายหาดมีทางเดินขึ้นเขาไปยังถ้ำพระยานคร ระหว่างทางมีบ่อน้ำกรุด้วยอิฐดินเผารูปสี่เหลี่ยมคางหมู กว้าง 1 เมตร ลึก 4 เมตร เรียกว่า “บ่อพระยานคร” ตามประวัติเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าพระยานคร ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชได้แล่นเรือผ่านทางเขาสามร้อยยอด และได้เกิดพายุใหญ่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงได้จอดพักเรือหลบพายุที่ชายหาดแห่งนี้เป็นเวลาหลายวัน จึงได้สร้างบ่อน้ำเพื่อใช้ดื่ม “ถ้ำพระยานคร” เป็นถ้ำขนาดใหญ่ บนเพดานถ้ำมีปล่องให้แสงสว่างลอดเข้ามาได้
จุดเด่นของถ้ำแห่งนี้ คือ “พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์” เป็นพลับพลาแบบจตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งครั้งหนึ่งรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสและสร้างพลับพลานามว่า “พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์” ไว้กลางถ้ำเมื่อปี 2433 ว่ากันว่ายามเมื่อแสงส่องกระทบพลับพลาทำให้ถ้ำแห่งนี้สวยงามยิ่งกว่าถ้ำใดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็น ฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ ทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบทีหลังโดยให้พระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมายกช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ นับเป็นเครื่องเชิดชูอย่างยิ่งของถ้ำพระยานคร และกลายเป็นสัญลักษณ์ตราประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบัน

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย ที่อุทยานฯหมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย…ที่อุทยานฯหมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เป็นหมู่เกาะในอ่าวไทยท้องที่ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่ห่างจากเกาะสมุยและเกาะพะงันไปทางทิศตะวันตกประมาณ 20 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะต่างๆ ประมาณ 40 เกาะ ตามเกาะต่างๆ จะมีหาดทรายอยู่เกือบทุกเกาะ บางเกาะหาดทรายมีสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ บางเกาะมีปะการังตามชายทะเลหลายชนิด สีสวยงามหลากสี อยู่ท่ามกลางความเงียบสงบ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองมีเนื้อที่ประมาณ 63,750 ไร่ หรือ 102 ตารางกิโลเมตร บริเวณหมู่เกาะอ่างทองแต่เดิมเป็นพื้นที่หวงห้ามของกองทัพเรือซึ่งมี โครงการจะสร้างฐานทัพเรือเพื่อควบคุมความปลอดภัยของประเทศทางด้านอ่าวไทย แต่ด้วยมีทิวทัศน์สวยงาม ทะเลสาบ หน้าผา ถ้ำทะลุ เกาะรังนกนางแอ่น นกนานาชนิด และแนวปะการัง เป็นแหล่งอาศัยและเพาะพันธุ์ปลานานาชนิด และคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติได้มีมติในคราวประชุม ครั้งที่ 2/2518 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2518 ให้กรมป่าไม้พิจารณาจัดหมู่เกาะอ่างทองเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลอีกแห่งหนึ่งซึ่งหมู่เกาะอ่างทอง ประกอบด้วยเกาะประมาณ 40 เกาะ มีทิวทัศน์สวยงาม ทะเลสาบ หน้าผา ถ้ำทะลุ เกาะรังนกนางแอ่น และนกนานาชนิด ปะการัง เป็นแหล่งอาศัยและเพาะพันธุ์ปลานานาชนิด
สำหรับ ช่วงเวลาระหว่างเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นช่วงฤดูมรสุม ทะเลจะมีคลื่นลมแรง ทำให้การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่มีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ทางอุทยานแห่งชาติจึงกำหนดปิดการท่องเที่ยวประจำปี ดังนี้
ปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 -30 พฤศจิกายน ของทุกปี
เปิดฤดูการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม – 31 ตุลาคม ของทุกปี

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวชม มวลหมู่ดอกไม้บาน ที่ภูผาเทิบ

ตะลอนทัวร์เที่ยวชม มวลหมู่ดอกไม้บาน ที่ภูผาเทิบ..

ปลายฝนต้นหนาว..ที่แดนดินถิ่นอีสานอันเป็นที่ตั้งของที่ทำการ อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ซึ่งนับเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่59ของไทย..กินพื้นที่กว่า 3 หมื่นไร่ ครอบคลุมพื้นที่บางตำบลในเขตอำเภอเมืองและอำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร4
ทีภูผาเทิบ เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงแห่งปลายฝนต้นหนาวของทุกปี นักท่องเที่ยวที่มาเยือนที่นี่จะไม่พลาดโอกาสที่จะได้ชมความงามของดอกไม้ป่าบนลานหินกว้างไกล ทุ่งดอกหญ้าหลากหลายสีสันผลิดอก งามสะพรั่งอวดความงามตามธรรมชาติที่เก็บซ่อนมาเกือบปี ทั้ง สร้อยสุวรรณา ดุสิตา มณีเทวา ทิพเกสร สรัสจันทร หยาดน้ำค้าง และทิพย์จันทร์ เจ็ดนามเรียงตามชื่อสอดคล้องไพเราะ และเหมาะสมกับสีสันของแต่ละชนิด..
สุขใจได้เพียงแค่หลับตา แล้วสูดลมหายใจลึกๆเพื่อรับความบริสุทธิ์ของอากาศโดยรอบ เมื่อค่อยๆลืมตา
เบื้องหน้าคือความงามหลากสีจากพันธุ์ไม้ดอกนานาพันธุ์ ดารดาษทั่วท้องทุ่งลานหินผาเทิบ..งามจับใจ
เสน่ห์อันน่าตื่นตาตื่นใจอีกอย่าง ที่อุทยานฯแห่งนี้ คืองานศิลป์ที่รังสรรค์โดยธรรมชาติ ผ่านรูปทรงต่างๆของกลุ่มหินเทิบ ที่วางทับซ้อน หรือกลุ่มหินรูปร่างแปลกตา ซึ่งเกิดได้ด้วยจินตนาการของนักท่องเที่ยวเอง
ทั้งหินรูปร่างคล้ายมงกุฎ คล้ายหัวจระเข้ แมวน้ำ เครื่องบิน ตามแต่ละจินตนาการของแต่ละคน
ซึ่งน่าจะสันนิฐานได้ว่าหินเหล่านี้คงผ่านกาลเวลา โดนสายน้ำ สายลมกัดเซาะ สะสม มาเป็นเวลานานมากจนกลายเป็นผลงานศิลป์ชิ้นงามจากธรรมชาติสร้างมา..นอกจากนี้ไม่ควรพลาดที่จะไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผางอย..แสงแรกแห่งอรุณรุ่งงามนัก…ไม่ไกลกันเป็นจุดชมวิวผาอูฐ หินรูปร่างคล้ายอูฐ รออวดโฉมอยู่ที่นี่…
ต้องไปสัมผัสด้วยตนเอง..ตะลอนทัวร์ เที่ยวชม ดอกไม้บานเพียงเล่าผ่านตัวหนังสือเท่านั้น..คุณต้องไปสัมผัสด้วยตนเอง…ที่ภูผาเทิบ..มุกดาหาร

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย ที่ ชายหาด จังหวัดระยอง

ตะลอนทัวร์เที่ยวทะเลไทย ที่ ชายหาด จังหวัดระยอง

หาดสวนสน-บ้านเพ บริเวณ สวนสนในอดีตบริเวณนี้จะเป็นป่าสน ซึ่งมีต้นสนทะเลขึ้นเป็นจำนวนมากตลอดสองข้างทาง และถ้าเป็นช่วงมีลมมรสุมเข้าทะเลระยองด้วยแล้วล่ะก้อ สวนสนจะเป็นสถานที่ที่มีความเสี่ยงอันตรายสูง เนื่องจากต้นสนเป็นไม้เนื้ออ่อนเมื่อโดนลมพายุแรงๆ อาจทำให้ต้นไม้ฉีกขาดได้ และในบางครั้งจะล้มลงมาบนถนนที่รถกำลังวิ่งอยู่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
แต่ในปัจจุบันนี้จำนวนต้นสนได้ลดจำนวนลงอย่างมาก เนื่องจากมีการปรับพื้นที่เป็นร้านค้าและที่พักต่างๆ แต่ยังพอมีให้เห็นบ้างในช่วงสั้นๆระหว่างการเดินทางไปบ้านเพ ซึ่งแนวสนสองข้างทางที่เหลืออยู่ในระยะทางสั้นๆนี้ ช่วยทำให้เกิดร่มเงาและลดความร้อนของอากาศริมทะเลไปได้เยอะทีเดียว ด้วยเหตุผลนี้ทำให้สวนสนเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่ได้รับความนิยมจากนัก ท่องเที่ยว
หาดแม่รำพึง – บ้านก้นอ่าว ตั้ง อยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด เป็นหาดทรายชายทะเลฝั่งแผ่นดินใหญ่ที่ขาวสะอาด และยาวที่สุดของฝั่งทะเลด้านตะวันออกของจังหวัดระยอง เป็นหาดทรายที่มีความลาดชันน้อย อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตั้งแต่เชิงเขาแหลมหญ้าทอดตัวออกไปยาวถึง 12 กิโลเมตร เป็นสถานที่เหมาะแก่การเล่นน้ำบริเวณชายหาดร่มรื่นด้วยต้นไม้ เหมาะแก่การพักผ่อน อยู่ห่างจากบ้านเพ ประมาณ 6 กิโลเมตร และห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 ประมาณ 9 กิโลเมตร และห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 500 เมตร สุดชายหาดเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านก้นอ่าว การลงเล่นน้ำบริเวณนี้ ต้องหลีกเลี่ยง บริเวณพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ติดป้ายเตือน ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเอง

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวชม มวลหมู่ดอกไม้บาน ที่ผาแต้ม2

ตะลอนทัวร์เที่ยวชม มวลหมู่ดอกไม้บาน..ที่ผาแต้ม

บนพื้นที่ประมาณ 20ไร่ คือลานดอกไม้ป่าแห่งผาแต้ม หลังจากที่เราพอทราบแล้ว..มวลดอกไม้ป่าเหล่านี้ ได้รับพระราชทานนาม ว่าอย่างไร..เมื่อเราได้พบและสัมผัสความงามของ ทุ่งดอกไม้ ซึงเปรียบเสมือนเราได้ย้อนเส้นทางตามรอยเสด็จ โดยทางอุทยานฯได้จัดเส้นทางเดินเพื่อชมดอกไม้ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะรู้สึกได้ว่า เราได้เดินเข้ามาในโลกของดอกไม้ป่านานาชนิด..จริงๆ
ตลอดเส้นทางเดินชมทุ่งดอกไม้ ดอกหญ้าก่ำข้าวน้อย หรือ นามพระราชทาน ดุสิตา ชูช่อแซมกับดอกกระดุมเงิน โยกไหวตามแรงลมหยอกล้อ ไปมา ที่ลำธารเล็กๆชื่อเพราะว่า สร้อยสวรรค์ ให้นักท่องเที่ยวเดินข้ามไปได้ เพื่อสัมผัสโลกแห่งความงามริมโขดหินที่ซึ่ง ดอกเอื้องเหลืองพิสมร รออวดดอกสีเหลืองสดทักทายต้อนรับผู้มาเยือน…
เบื้องหน้าไม่ไกลนัก ทุ่งแห่งสีสันของหลากพันธุ์ดอกไม้ป่าชูช่อดารดาษกว้างไกลสุดตา โดดเด่นด้วยสีเหลืองทองของดอกสร้อยสุวรรณา แทรกแซม ด้วยดุสิตา กระดุมเงิน สรัสจันทร และทิพเกสร เป็นกลุ่มๆผสมกลมกลืนเป็นผืนดอกไม้ป่าสารพัดหลากสีสัน.โดยมีป่าเต็งรังสีเขียวเป็นฉากหลังตัดกับท้องฟ้าสีรามสดใส…..งดงามอย่างลงตัวดุจภาพวาดสีน้ำมันจากจิตรกรเอก..หากแต่นี่เป็นผลงานสร้างสรรค์โดยธรรมชาติย่างแท้จริง…
ข้อปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ที่ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯผาแต้ม ฝากขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวทุกท่าน..นั่นคือ ดูแต่ตา มืออย่าต้อง..และเดินตามเส้นทางชุมทุ่งดอกไม้ป่า ที่ทางอุทยานฯจัดไว้ให้ เพราะดอกไม้ป่าเหล่านี้บอบบาง..ซึ่งมีบางชนิดขึ้นติดกับพื้น หากไม่ระวังไปเหยียบย่ำเข้า..ก็จะหมดสิทธิ์ได้ชมความงามสำหรับผู้มาทีหลัง..เพราะดอกไม้ป่า บานเพียงปีละครั้งเท่านั้น..นี่คือเสน่ห์แงดอกไม้ป่า..ที่ผาแต้ม และเราควรระลึกไว้เสมอ…

 

ตะลอนทัวร์เที่ยวชม มวลหมู่ดอกไม้บาน ที่ดอยภูคา ตอนที่ 2

ตะลอนทัวร์เที่ยวชม มวลหมู่ดอกไม้บาน ที่ดอยภูคา ตอนที่ 2

ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา นอกจากความงามของดอกชมพูภูคา ที่มีเฉพาะที่นี่แล้ว หากเป็นในช่วงเวลาอื่นนักท่องเที่ยวก็สามารถเดินทางมาเที่ยวและพักค้างคืน เพื่อตะลอนทัวร์ให้ทั่วอุทยานฯได้เช่นกัน เพราะยังมีสถานี่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง ที่จะแนะนำให้เป็นข้อมูล…หากมาเยือนดอยภูคา ชมดอกชมพูภูคาแล้ว..ไปต่อที่ไหนดี…
น้ำตกภูฟ้า คือแห่งแรกที่ขอแนะนำครับ…น้ำตกขนาดใหญ่ ด้วยความสูงประมาณ140 เมตร สายน้ำไหลลดหลั่นไล่ระดับจากหน้าผาสูงลงมาเบื้องล่าง สวยงามยิ่งนัก แต่ต้องขอบอกว่า ด้วยความสูงถึง12ชั้น ของขั้นน้ำตกภูฟ้า..หากนักท่องเที่ยวท่านใดที่สนใจและรักการเดินป่า ต้องการขึ้นไปพิชิตชั้นบนสุดของน้ำตก ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อนำทางนะครับ…เพราะต้องใช้ความชำนาญเส้นทางและใช้เวลาในการไป-กลับ อย่างน้อย 3 วัน ครับสำหรับการเดินเท้า
นอกจากน้ำตกภูฟ้าแล้ว ก็ยังมีน้ำตกที่ต่างๆให้ได้ไปเที่ยวชมความงามของสายน้ำตก อีก4แห่งครับ สำหรับที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคานี้….ซึ่งก็สวยงามไม่แพ้กัน..ในแต่ละแห่ง ทั้ง น้ำตกศิลาเพชร น้ำตกต้นตอง น้ำตกวังเปียน และปิดท้ายที่น้ำตกตาดหลวง ใครที่ชอบเล่นน้ำตก ไม่ผิดหวังแน่ๆ
และที่ไม่อยากให้พลาด หากใครชื่นชอบปะติมากรรมหินธรรมชาติ เรียกว่าเป็นป่าหินงามรูปร่างแปลกตาอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทยเลยก็ว่าได้ แนะนำให้มาเที่ยวที่ ดอยภูแว ครับ ซึ่งนอกจากชมหินรูปร่างแปลกๆ สวยงามตามธรรมชาติแล้ว ทะเลหมอกในหน้าหนาวของที่นี่ ก็งดงามไม่แพ้กัน…เลยไปไม่ไกล มีถ้ำหินปูน หลายแห่ง หินงอกหินย้อยรูปทรงต่างๆรรมชาติสร้างสรรค์ไว้งดงามจริงๆ
แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าการจะขึ้นไปเที่ยวภูแว ซึ่งออกจากที่ทำการอุทยานฯไปประมาณ50ก.ม. ถึงบ้านด่าน อ.บ่อเกลือ แล้วต้องเดินเท้าต่อขึ้นไปนะครับ เตรียมตัวค้างแรก1คืน เป็นอย่างน้อย เพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงาม แล้วจึงค่อยตะลอนเที่ยวที่ต่างบนยอดภูให้ทั่ว..ก่อนกลับลงมานะครับ…